2007/May/17

ไม่ต้องสาธยายให้เมื่อยปาก

ใครๆ ก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าการจราจรในกรุงเทพมัน...นรก ขนาดไหน

เคยใช้เวลาจอดรถอยู่บนถนนเฉยๆ...นิ่งๆ... ไม่เขยื้อนเลย ยาวนานถึง 42 นาที

พระเจ้า....นี่มันถนนรถแล่น หรือลานจอดรถกันแน่ว่ะมึง...

....... นิ่งสนิท .......

เพราะฉะนั้นรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT จึงถือกำเนิดขึ้น

เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวกรุงเทพ ฯ

คนก็แห่แหนกันไปใช้เป็นการใหญ่...

แต่กระนั้นจำนวนรถบนท้องถนนก็ไม่เห็นว่าจะลดลงเลย

.... รถติด เหมือนเดิม ...

ทุกวันนี้เดินทางมาทำงานก็ด้วยรถไฟใต้ดิน...

ก็ยอมรับว่าสะดวกใช้ได้ทีเดียว...เพราะไม่ต้องนั่งอั้นเยี่ยวอยู่ในรถบนถนน

แต่..."เหรียญมีสองด้านฉันใด รถไฟ MRT ก็ต้องมีทั้งดีและเสียฉันนั้น"

อีห่า....ฝูงชนไม่รู้มาจากไหนกัน ทุกเช้าเข้าแถวเรียงคิวกันขึ้นรถไฟ

หางแถวแทบจะยาวไปถึงแยกเหม่งจ๋าย แล้วตวัดเป็นเงื่อนพิรอดหนึ่งรอบ

....... คนเยอะแสดดด ......

ระหว่างที่รอ พอรถไฟกะลังจะแล่นเข้าสู่ชาญชาลา

เสียงเจ้าหน้าที่ก็จะดังขึ้นมาว่า

"รถไฟที่กำลังจะเข้าสู่ชาญชาลา ปลายทางหัวลำโพง มีจำนวนผู้โดยสารหนาแน่น

หากท่านไม่สามารถเข้าสู่ตัวรถได้ กรุณารอขบวนถัดไป"

ฟังแล้วอยากเดินไปเขกหัวอีคนประกาศ

ยืนรอมา 20 นาที ได้ยินประโยคนี้ทุกรอบ....

เหมือนตอกย้ำใส่เรา "เช๊อะ...อีอ้วน ขึ้นไม่ได้ รอขบวนถัดไปเลยมึงอ่ะ"

แล้วทุกรอบก็คนเยอะมากจริงๆ ภาพรถไฟแล่นมาเข้าชาญชาลา

พวกที่จ่อคิวข้างนอก ก็รีบเขยื้อนกาย เตรียมพร้อมเข้าตู้

ส่วนภาพอีพวกผู้โดยสารข้างในก็น่าสงสารโคตร

เหมือนปลากระป๋องที่แมร่งอัดแน่นนนนนนนนนนนน ๆๆๆๆ อ่ะ

แต่ดูอีกทีก็เหมือนโหลที่เค้าเอาไว้ดองศพเด็กว่ะ...

ตัวคดๆ เลื้อยๆ พาดไปทั่ว... เบียด ๆ ....

นี่ถ้าไม่จวนตัว จวนสายจริงๆ ก็ไม่อยากจะเข้าไปเบียดเบียนพวกแมร่งเล๊ยยยย

แต่บางวันมันไม่มีทางเลือกจริงๆ ค่ะ.... "เอาว่ะ...เบียดๆ ไป"

.........................................................

"เบียดๆ ไป" ทุกวัน ๆ ๆ ๆ

เบียดกะผู้ชายมากหน้าหลายตา

มีทั้ง หนุ่ม เด็ก แก่ หล่อ เหียก หอมรัญจวญ และแบบเหม็นสุดตีน

เรียกว่าเป็นการใช้ชีวิตบนรถไฟฟ้าที่สำส่อนมาก

คือ...วันๆ นึงมึงต้องไปเบียดใครต่อใครมั่งก็ไม่รู้

แนบชิด...ไม่รู้ตูดใครเป็นตูดใคร

ทั้งเบียดทั้งเสียดสี... หายใจรดหน้า รดหัว รดจั๊กกูแร้กันเลยทีเดียว

เบียดมากๆ เสียดสีมากๆ ...เกรงว่ามนุษย์บางคนบนรถไฟฟ้าอาจ

"ฟินเล่" ขึ้นมาก็ได้

เบื่อ.... กูไม่อยากสำส่อนจากการขึ้นรถไฟใต้ดิน

....................................................

อีกซักเรื่องเหอะ..... เปลี่ยนได้มะ อีโฆษณาเอไอเอส

ที่มีนิโคลร้องเพลง รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง อ่ะ

กรูรู้แล๊ววววว่ามึงไม่เปลี่ยน.....

ฟังวนเป็นร้อย ๆ รอบ....มันเบื่อนะค่ะคุณ

ฉันว่ารถไฟฟ้าใต้ดินน่าจะเปิดเพลงมั่งนะ

เห็นเปิดอยู่ช่วงเดียวตอนใกล้ๆ วันพ่อ

กะช่วงเฉลิมฉลองครองราชย์ 60 ปี ของในหลวงเรา

......

เดินเข้ารถไฟใต้ดิน เงียบบบ .....อึมครึม....ทะมึนๆ ....โหวงเหวง

ยิ่งถ้ามึงมีอารมณ์เหงาๆ เปลี่ยวๆ แนะนำเลยว่าอย่าไปกระแดะเดินเล่นในนั้นนาน

เพราะแมร่งโคตรให้ความรู้สึกของความโดดเดี่ยว...เปล่าเปลี่ยวเอกา


"บ่นเข้าไป...สุดท้ายก็ต้องเบียดอยู่ดี"


edit @ 2007/05/17 14:32:18

2007/May/16

มันตื่นเต้นนน.....
แสงสลัว ๆ......
ผู้ชายเกาหลี.....
ตัวเค้าสูงใหญ่.......
เรา........
พบกัน.......
ครั้งแรก.......
แล้วเราก็............
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
ไป "กินข้าวด้วยกัน"
นี่ ๆๆ ....คิดกันไปไกลถึงไหนค่ะคุณ.... แหม๊ เอาเชียวๆๆ 
นึกว่ากรูเปรี้ยวออกเที่ยวกะผู้ชายแปลกหน้าสองต่อสองเรอะ
เมื่อวานไปเจอผู้ชายเกาหลีมา....ไปกินข้าวกัน... ครั้งแรกจริงๆ
เอาหละๆๆๆ ไม่ต้องสงสัยแล้ว เค้าไม่ได้เป็นกิ๊ก เกิ๊กอะไรกรูทั้งนั้นหนะ 
อีตาเกาหลีคนนี้เค้าชื่อ เอ่อ...(ชื่อแม่งออกเสียงยากซะจนกรูไม่รู้จะสะกดออกมายังไงเลยว่ะ) 
เอาเป็นว่าเค้าชื่อ "Mr. Park"
ก็แล้วกัน ตา Park แกเป็นเพื่อนแฟนฉัน 
ไปเจอกันตอนที่แฟนฉันไป train ที่ Shanghai รู้จักมักจี่กันเสร็จสรรพ
วันนึงตา Park แกก็สบโอกาสได้มา train ที่เมืองไทย....
รีบเมลล์มาหาแฟนฉันเป็นการใหญ่ว่าอยากเจอกัน
นั่นหละ...เมื่อวานจึงเป็น "ประสบการณ์ (กินข้าว) ครั้งแรกกะผู้ชายเกาหลี
ตา Park เป็นผู้ชายเกาหลีตัวใหญ่ ตูดใหญ่ หัวใหญ่...
แต่ไม่รู้ไอ้นั่นจะใหญ่ด้วยป่ะนะ ไม่ได้เห็น เพราะกรูไม่ใช่เมียเค้า
แล้วอยู่ไม่สุกอ่ะ...นั่งอยู่บนรถก็ยุกยิกๆ ไม่รู้ว่าแมร่งแปลกที่หรือว่าคันตูด....
ลำบากถึงกรูผู้นั่งแค้บช่องแคบยิบรอลต้า
แล้ว alert อยากเรียนรู้ทุกสิ่งสรรพ....อันนี้เข้าใจได้ 
เวลาคนเราอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ตื่นเต้นอยากเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา
แต่....นึกสภาพในรถแคบๆ ที่มีมนุษย์คนละชาติคนละภาษามาอยู่รวมกัน
แล้วมาร่วมกันใช้ภาษากลางเพื่อการสื่อสาร ถูก !!! "ภาษาอังกฤษ"
แล้วแต่ละคนก็ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญการพูดภาษาอื่น 
(นี่ ๆๆ ...อย่ามาสงสัย ถึงกรูจะเป็น translator แต่การพูดจาภาษาอังกฤษก็ใช่ว่าจะแข็งแรง)
ดังนั้นจึงเกิดปรากฏการณ์ "คุยกันคนละเรื่อง" อยู่บ่อยครั้ง
แล้วก็ได้แต่ทำหน้างงๆ เอ๋อๆ กัน.... 
พร้อมแสยะยิ้มและมอบเสียงหัวเราะเป็นการแก้เขิน
ถึงที่ร้าน.... เรากะแฟนก็จัดแจงสั่งอาหาร 
เพราะตา Park แกบอกว่าให้เราสองคนสั่งเลย เค้ากินได้ทุกสิ่ง
ไอ้เราก็กลัวว่าอาหารไทยจะจัดจ้านไม่ถูกปากมนุษย์เกาหลี 
ก็เลยถามเค้าก่อนว่ากินเผ็ดได้ไม๊  พี่แกก็ตอบ "YES" 
อย่างมั่นอกมั่นใจ พร้อมออกปากขอชิมต้มยำกุ้ง 
(อาหารที่ต่างชาติเข้าใจกันว่า ถ้ามาเมืองไทย...แล้วไม่ได้ล้มรสต้มยำกุ้งก็แปลว่ามึงยังมาไม่ถึงสยามนะย่ะ)
กรู : อยากได้อะไรพิเศษไม๊ค่ะ....คุณชอบทานอะไร ?
ตา Park : โอ้วว....คุณสั่งเลย ผมกินได้ทุกอย่าง อาหารไทยทุกอย่างพิเศษหมดสำหรับผม"
เออ....งั้นกรูสั่งของโปรดกรูมาละกันงั้น
ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว......ห่อหมกขนมครก......
ปลากระพงทอดราดน้ำปลา....และไม่ลืมสั่ง "ต้มยำกุ้ง"
แฟนฉันตักหมึกไข่นึ่งมะนาวให้เค้าลองชิม.... อีตา Park ชอบมาก กินใหญ่เลย
จากนั้นก็ลองอาหารอย่างอื่นไปด้วย....
ซักพักกรูเห็นเค้าหน้าเริ่มแดง....(ไม่รู้แดงเพราะเผ็ดหรือเพราะเบียร์)
ปากแดง...เหงื่อเหง่อพลั่งพลูออกมาเป็นก๊อกแตก
กรูก็เริ่มกังวล....เฮ้ยยยย มันจะมาตายพลัดถิ่นที่นี้ป่าวว่ะ
 แล้วกรูจะทำเรื่องส่งศพเค้ากลับเกาหลียังไง แล้วถ้าเมียเค้าถาม
ว่าผัวเค้าตายเพราะไร กรูจะตอบว่าไงว่ะ "ผัวเธอกินเผ็ดตายจ๊ะ" 
ตายล่ะหว่า.....
กรู : Are u ok ?
ตา Park : oh.... dont worry I'm ok, I like that soup (ต้มยำ) it's delicious !!
อ่ะ...งั้นก็กินไปแลวกันมึง....แต่กรูว่าเค้าคงชอบจริงๆ ว่ะ เพราะพี่แกซดน้ำซุปหมดเลย 
แถมพริกกะกระเทียมในหมึกไข่นึ่งมะนาวตานี่ก็กวาดเรียบ
เออ....เชื่อล่ะ มนุษย์เกาหลีเค้ากินเผ็ดได้จริงๆ
ระหว่างกินข้าวก็คุยกันไปสัพเพเหระ....ตา Park ชวนเราไปเที่ยวเกาหลี 
เค้าอาสาจะพาไปเยี่ยมชมเมืองที่นั่น
ดีใจแสดดดดด เพราะแฟนกรูบอกว่า 
"I plan to take her to Korea after we get married in the next 2 year"
แอร๊ยยยยส์สสสสส...... "ปลาบปลื้ม ๆๆ"
กินข้าวเสร็จ....ก็ส่งตา Park กลับที่พักที่โรงแรมแถวรัชดา....
พอรู้ว่าพักแถวรัชดา กรูก็อุทาน "อ๋อ" ในใจทันที
มิน่าล่ะ ถึงถามกูว่า .. ถ้าเค้าอยากไปนวดหน้านวดตัวจะพูดเป็นภาษาไทยว่ายังไง 
แหม๊...อยากลงอ่างนี่เอง....อีตา Park
จบละ... ประสบการณ์ครั้งแรกกะผู้ชายเกาหลี



ป.ล. วันนี้ exteen เป็นไรอ่ะ ...กรูสั่งจัดกลางแม่งชิดขอบ

พอกรูสั่งชิดขอบ...เสือกจัดกลางให้ซะงั้น



edit @ 2007/05/16 12:28:42

2007/May/14

ตอนนี้ขอทบทวนคุณสมบัติพื้นฐานของแอร์อาชีพทีละรายการ เพื่อเป็นการเตือนตัวเอง และบอกเล่าให้กับใครต่อใครก็ตามที่ฝันอยากจะติดปีกอย่างเดียวกันได้เรียนรู้บ้าง

  • การจะเป็นแอร์ได้... คุณสมบัติข้อแรกๆ ที่คุณต้องมีก็คือส่วนสูงและน้ำหนักที่สมดุลกัน ส่วนสูงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะ...ต้องแล้วแต่บุญทำกรรมแต่งให้เกิดมาสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่ !! ก็ยังไม่หมดหนทางซะทีเดียวถ้าบังเอิญเกิดมาเตี้ยเกินจริงๆ อย่าง 150- 152 อะไรเงี้ยยย....วิทยาการแพทย์สมัยใหม่ก็สามารถช่วยคุณได้ด้วยบริการต่อกระดูก...เพื่อเพิ่มส่วนสูง แต่ฟังดูแล้วน่ากลัวมั่กๆ และค่าใช้จ่ายก็คงจะต้องแพงหูฉี่ โดยส่วนมากสายการบินต่างๆ ก็จะ require ความสูงประมาณ 160 ขึ้นไป แต่เดี๋ยวก่อน !! ก็ยังมีสายการบินอีกจำนวนหนึ่งเหมือนกันที่เปิดโอกาสให้สาวไซส์เล็กอย่างเรา เช่น Japan Airlines, Emirates, Etihad เป็นต้น
  • ส่วนสูงไปแล้วก็มาที่เรื่องของน้ำหนักกันบ้าง น้ำหนักเป็นเรื่องหนักอกของฉันซะจริงๆ เพราะเกินพิกัดมามากโข แบบอีกไม่กี่กิโลเข็มตาชั่งก็จะกระเด็นหลุดไปแล้ว 555..... (ฮา) โดยส่วนตัวก็พยายาม (แล้วเหรอ?) ลดน้ำหนักมาแล้วหลายรอบมาก แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ไปไม่ถึงจุดหมายก็หยุดเอาดื้อๆ กลางทางซะงั้น... ลองมาแล้วทั้งอดอาหาร (ได้บ้างไม่ได้บ้าง), ออกกำลังกาย (อยู่ช่วงนึง), กินอาหารเสริมที่โฆษณานัก โฆษณาหนาว่าได้ผลโง้นงี้ก็เอาดิฉันไม่อยู่.... น้ำหนักมากที่สุดในชีวิตจึงเป็น 65 กิโลกร้ม....ย้ำ !! 65 กิโลกรัม... ไม่ต้องทำเป็นเอามือขยี้ตาตัวเอง แกไม่ได้ตาฝาด ตาส่อน ตาเสียอะไรทั้งนั้นหละ....ถูกแล้ว !!! ฉันหนัก 65 กิโลกรัม อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าสาวร่างใหญ่เยี่ยงฉัน หาญกล้าฝันเป็นแอร์สาวพราวเสน่ห์ได้ยังไง? เออ... ก็แอบคิดในใจอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะมันดูออกจะไกลเกินเอื้อมซะจริงๆ แต่ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าถ้าลดน้ำหนักได้แล้วได้เป็นแอร์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ....แต่ถ้าโชคไม่เข้าข้าง ประมาณว่าผอมสวยแล้วกรรมการก็ยังไม่เอากรูอีก...ก็คงต้องปล่อยเป็นเรื่องของเวรของกรรมของชะตาฟ้าลิขิตเอาก็แลวกัน ถึงไม่ได้เป็นแอร์แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้มีโอกาสเห็นตัวเองผอมซักครั้งในชีวิตก็ยังดี

  • ต่อมาก็เป็นคะแนนโทอิก (TOEIC) สายการบินส่วนใหญ่ก็ require ประมาณ 550 อ่ะนะ อันนี้เคยสอบแล้ว แต่คะแนนน้อยสาดดดด.....ก็ได้แต่บอกใครต่อใครว่า "โห่ยยย...อีห่าก็สอบครั้งแรกอ่ะมึง กูตื่นเต้น หูหางยังไม่กระดิกกับภาษาอังกฤษที่เค้าให้ฟัง....เวลาก็น้อยตายชัก ตดยังไม่ทันหายเหม็นเลย" ก็เลยว่าจะหาเวลาไปสอบใหม่....รอผอมก่อนดีกว่า เพราะถ้าไม่ผอมก็ไม่รู้จะสอบไปทำไมต่อมาก็เป็นภาษาที่สาม....เอ่อ ซึ่งกรูไม่มี แค่อังกฤษอย่างเดียวก็จะตายแล้ว ยังงูๆปลาๆ แบบเอาตัวรอดได้แค่นั้นอยู่เลย จริงๆ ก็ตั้งใจจะเรียนเพิ่มนะ สนใจภาษาญี่ปุ่น เพราะเค้าว่านอกจากภาษาจีนแล้ว ก็มีภาษาญี่ปุ่นนี่หละที่หากินคล่อง

  • ส่วนคุณสมบัติถั่วงาอย่างอื่นๆ ไอ้เราก็พอกล้อมแกล้มไปได้ อย่าง .... มีใจรักงานบริการ, ยิ้มแย้ม, ขยัน, อดทน, ไม่บ่นงานหนัก...ฯลฯ เอาเหอะ อีพวกนี้ไป fake ๆ เอาได้....ให้มันผ่านเข้าไปให้ได้ก่อนเหอะมึง


edit @ 2007/05/14 12:18:45